ฮวงจุ้ย กับ ความพอเพียง

ฮวงจุ้ย 
ในสมัยก่อนเรื่องของศาสตร์ “ฮวงจุ้ย” มีความหมายคนละแบบ ไม่เหมือนคนยุคนี้ตีความนะครับ คนยุคดิจิตอลเอะอะอะไร ก็ต้องเอา “รวย” ไว้ก่อน ประมาณว่ามีเป็น “หมื่นล้าน” ก็สะกดคำว่า “พอ”ไม่เป็น

การตีความเรื่อง “ฮวงจุ้ย” สมัยก่อนเป็นเรื่องของ “ปรัชญา” นะครับ เป็นคำสอนที่ให้เห็นถึงวิถีของธรรมชาติ ไม่ได้เรียนรู้ที่จะอยู่ “เหนือ” ธรรมชาติ แต่เรียนรู้ที่จะอยู่ “ด้วยกัน” กับธรรมชาติอย่างมีความสุข ฮวงจุ้ยในสมัยก่อนเลยถอดปรัชญามาจาก “พุทธศาสนา” อย่างชัดเจนครับ

ไม่เคยมีในบทบัญญัติของ “ฮวงจุ้ย” ว่า ถ้าปฏิบัติตามตำราทุกอย่าง สิ่งนั้นจะมีความ “คงทนถาวร” เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนครับ

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง แล้วทำไมในหลายยุคหลายสมัย ราชวงค์จีนถึงได้ “ล่มสลาย” เปลี่ยนผัดมือในการครอบครอง “อำนาจ” จริงไหมครับ ทั้งๆที่ใครเป็น “ฮ่องเต้” ก็ต้องการ “ที่ดินมังกร” ทั้งนั้น แต่ก็ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าสักคน

ทุกคนย่อมหลีกหนี “การเกิด การดำรงอยู่ การเสื่อมสลาย” ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นเราควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันไปครับ

เป็นอย่างนี้ก็ต้องคิดดูเอาเองนะครับว่า สิ่งที่เราได้จากตำราของซินแสทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น กระจกเงาสะท้อนพลัง ยันตร์ต่างๆ น้ำเต้าไว้ดักทรัพย์ สิงห์คาบดาบ เหล่านี้จะเป็นของที่มี “คุณค่า” จริงๆ หรือเป็นเพียงแค่วัตถุที่ตกแต่งประดับประดาบ้าน เพื่อความสบายใจเท่านั้น ไม่ได้มีคุณและค่าใดมากไปกว่านี้

ในปัจจุบันมีเทรนด์เรื่องของการตกแต่งบ้านเกิดขึ้นอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นเป็นเทรนด์ของ “น้อยแต่งาม” (minimalism) เป็นแนวคิดที่ค่อนข้างนิยมกันในวงการออกแบบตกแต่งภายใน เพราะเป็นแนวคิดที่ประหยัด เรียบง่าย ใช้วัสดุน้อย

สมัยก่อนถ้าบ้านใครที่พอมี “ฐานะ” มีหน้ามีตาทางสังคม นิยมตกแต่งบ้านโดยใช้เฟอนิเจอร์ “หลุยย์”ยกบ้าน แขนรูปพร้อมกรอบใหญ่ โซฟาก็ต้องตัวใหญ่สีทอง หรือไม่ก็เป็นไม้ที่ดูแล้ว “ไฮโซ” อย่างเป็นที่สุด

แต่ก่อนมีการวิจัยของญี่ปุ่นนะครับว่า “ในบ้าน เฟอนิเจอร์ ยิ่งเยอะมากชิ้น หรือ มีขนาดใหญ่ จะทำให้สูญเสียค่าไฟมาก” เป็นวิทยาศาสตร์ว่าที่ไหนที่มี “มวล” หนาแน่น ย่อมใช้ “พลังงาน”ที่มากตาม “มวล” ทำให้มีการออกแบบบ้านให้ประหยัด โดยใช้หลักการ“น้อยแต่งาม” (minimalism) จนทำให้เราได้เห็นการตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ชัดเจนยิ่งขึ้น

หนังสือบางเล่มก็เขียนการตกแต่งบ้านของญี่ป่นว่าเป็นแบบ “เซน สไตล์” คือ เน้นสีดำ กับ สีขาว เป็นหลัก การตกแต่งเป็นแบบเรียบง่าย ใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้ ดินเผา หรือ เซรามิค มาเป็นวัสดุในการตกแต่ง ทุกอย่างดูเรียบง่ายและมีรสนิยม ผ่อนคลาย ดูแล้วกลมกลืนกับธรรมชาติมาก แต่แฝงด้วยความน่าเกรงขามไปในตัว

แต่ถ้าบอกว่า “เซน สไตล์” เด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ถ้าบอกว่าตกแต่งสไตล์ “I pod” รับรองเด็กรุ่นใหม่ร้อง “อ๋อ” กันเป็นแถว

เพราะเจ้าของ “I pod” เขาก็บอกว่าได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดของ “เซน” อย่างที่มีคนเขาเคยบอกว่า “ทุกอย่างไม่มีอะไรแปลกใหม่แล้ว เพราะที่สุดก็วนมาที่เดิม” น่าจะจริงนะครับ ดูอย่างการออกแบบ“I pod”สิครับ สุดท้ายคิดอะไรไม่ออก ก็ต้องมาเดินตามวิถี “ตะวันออก” ของเรา

สุดท้ายยังสงสัยอยู่ไหมครับ อย่างนี้เรื่อง “ฮวงจุ้ย” ในสมัยโบราณเขาสอนเกี่ยวกับอะไร เขาสอนไว้ง่ายมากครับ เขาสอนว่า “สิ่งที่มนุษย์ต้องการ คือ อากาศที่ดี น้ำดื่มที่สะอาด ธรรมชาติแวดล้อมที่ดี ที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ” เท่านี้เองครับ ง่ายไหมละ ถ้าอธิบายง่ายๆก็คือ “ความพอเพียง”

“ความพอเพียง” หรือ “เศรษฐกิจพอเพียง” ได้รับการยกย่องจาก สหประชาชาติ ว่าเป็น “มหาปรัชญา” ทำให้ประเทศชาติอยู่รอดได้ พ้นวิกฤตได้ ต่างชาติเขายกให้ “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวทางในการพัฒนาที่เทียบเท่า หรือ ดีกว่า “เศรษฐกิจแบบทุนนิยม” คงไม่ต้องผ่าน “การพิสูจน์” แล้วใช่ไหมครับ
โดย : กฤษณนัยย์ พิรยารังสรรค์

แบ่งปัน :
  • Print
  • Facebook

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>