สนทนากับกูรู:หนึ่งทศวรรษกับชายผู้สร้างวิถีชีวิตแนวEco

10 ปีก่อน หากพูดถึงที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือแนว Eco-friendly อาจจะไม่ค่อยมีใครรู้จักหรือเข้าใจว่าคืออะไร แต่หลังจากกระแสโลกร้อน (Global Warming) กลายเป็นเรื่องที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ เทรนด์รักษ์โลก รักสิ่งแวดล้อมจึงได้แทรกซึมเข้าไปในทุกแวดวงธุรกิจ รวมไปถึงวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในเมืองไทยเอง หากจะพูดถึงดีเวลลอปเปอร์ที่โดดเด่นในเรื่องดังกล่าว หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น “เฟรเกรนท์ กรุ๊ป” ภายใต้การนำของซีอีโอหนุ่ม เจมส์ ดูอัน ผู้ที่พาเฟรเกรนท์ฯ ฟันฝ่าวิกฤตหลากหลายรูปแบบทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาทางการเมือง หรือแม้แต่ภัยธรรมชาติ จนมาถึง พ.ศ.นี้ บริษัทเข้าสู่ปีที่ 10 บนเส้นทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราได้ผ่านสิ่งที่ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่มาหลายครั้งด้วยกัน ในช่วงที่เรากำลังขยายบริษัทในปี 2551 ก็เป็นช่วงที่มีปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบรุนแรงไปทั่วโลก ในปีถัดมาก็เกิดปัญหาทางด้านการเมืองภายในประเทศที่มีผลต่อความมั่นใจของนักลงทุน และต่อมาก็มีเรื่องของน้ำท่วมครั้งใหญ่อีก  ทั้ง 3 ปัญหานี้ถือเป็นอุปสรรคและความท้าทาย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ เราก็ผ่านมาได้อย่างสบายๆ ถามว่ารู้สึกท้อไหม?  ไม่ท้อนะครับ สำหรับคนที่เป็นนักธุรกิจไม่ว่าคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมอะไร หรือประเทศไหน ความเสี่ยงมักเกิดขึ้นได้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับมือหรืออยู่ร่วมกับความเสี่ยงนั้นอย่างไรมากกว่า” ผู้ก่อตั้งเฟรเกรนท์กรุ๊ปที่มาพร้อมกับดีกรีปริญญาเอกด้านเศรษฐกิจภาครัฐ จากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าว

เซอร์เคิล เพชรบุรีตัดใหม่

สำหรับจุดเริ่มต้นของเฟรเกรนท์ กรุ๊ปบนเส้นทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นเริ่มต้นเมื่อปี 2546 และโครงการปฐมบทของการพัฒนาที่อยู่อาศัยของบริษัทก็คือ เฟรเกรนท์ 71 คอนโดมิเนียมในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 (สุขุมวิท 71)

“ในช่วงแรกๆ โครงการที่เราพัฒนาจะเป็นคอนโดมิเนียมเพื่อการอยู่อาศัยทั่วไป จนกระทั่ง 6 ปีต่อมา เราได้เริ่มหันมาเน้นในเรื่องของการพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เราเริ่มพัฒนาคอนโดมิเนียมแบรนด์ “เซอร์เคิล” (Circle)” คุณเจมส์เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่การเป็นดีเวลลอปเปอร์หัวใจสีเขียว


เซอร์เคิล ลิฟวิ่ง โปรโตไทป์

“เราทุกคนทราบดีว่าเรื่องของพลังงานกำลังเป็นปัญหาของโลกเพราะเป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป และการใช้พลังงานของโลกส่วนใหญ่มักเกี่ยวพันกับการใช้ชีวิต นอกเหนือจากภาคอุตสาหกรรมและการผลิต ความท้าทายก็คือทำอย่างไรเราจะช่วยอนุรักษ์พลังงานได้”

“เราเอง ในฐานะที่เป็นคนสร้างวิถีชีวิต ไม่ได้สร้างเฉพาะที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว เราจึงเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยตรงจุดนี้ได้ ส่วนตัวผมเองเป็นคนที่ได้เห็นปัญหาในตอนที่สร้างตึกแบบทั่วๆ ไปมาก่อน ซึ่งมีวัสดุก่อสร้างที่สิ้นเปลืองค่อนข้างเยอะ ก็เลยเริ่มคิดว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะช่วยอนุรักษ์ตรงนี้ให้ได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มศึกษาเรื่องเกี่ยวกับกรีนโปรดักส์”


เซอร์เคิล เอส สุขุมวิท 12

“ต้องยอมรับว่าการพัฒนาโครงการที่ประหยัดพลังงานนี้ต้นทุนสูงกว่าการพัฒนาโครงการทั่วๆ ไป ทำให้เราต้องศึกษาเรื่องดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นเพื่อหาต้นทุนที่เหมาะสมที่ผู้บริโภคสามารถรับได้ ต้นทุนสูงๆ ที่เราลงทุนไปในวันนี้ จริงๆ แล้วเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตมากกว่า โอเค…ในตอนนี้เราลงทุนไปต้นทุนอาจจะเพิ่มขึ้น 10-15% แต่ในระยะยาวต้นทุนของการใช้พลังงานจะค่อยๆ ลดลง สุดท้ายแล้วก็มีค่าเท่ากัน


เซอร์เคิล สุขุมวิท 11

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เฟรเกรนท์กรุ๊ป มีโครงการที่อยู่ภายใต้การพัฒนาทั้งหมด 6 โครงการด้วยกัน นอกเหนือจากโครงการเฟรเกรนท์ 71 และโครงการเดอะ ไพรม์ 11 ในซอยสุขุมวิท 11 ซึ่งสร้างเสร็จและส่งมอบห้องให้ลูกค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โครงการอื่นๆ ที่กำลังอยู่ในการพัฒนาประกอบด้วย เซอร์เคิล คอนโดมิเนียม บนถนนเพชรบุรี (ขาเข้า) ที่การก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบ, เซอร์เคิล ลิฟวิ่งโปรโทไทป์ บนถนนเพชรบุรี (ขาออก) ซึ่งถือเป็นคอนโดมิเนียมต้นแบบในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของบริษัท, เซอร์เคิล เอส ( สุขุมวิท 12 )  และเซอร์เคิล สุขุมวิท 11 ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมที่จอดรถลอยฟ้า   

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ โดยยังคงเป็นโครงการในแนวสูงในทำเลใจกลางย่านธุรกิจและคงคอนเซ็ปต์ eco-friendly ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2557 ส่วนแผนสำหรับการเปิดโครงการใหม่ในแต่ละปีนั้น คุณเจมส์คาดว่าน่าจะเปิดได้อย่างน้อยปีละ 3-4 โครงการ

“เมื่อบริษัทโตไประดับหนึ่ง ก็คงจะมีการปรับโครงสร้างการลงทุน และอาจจะมองการพัฒนาโครงการเพื่อการพาณิชย์ (Commercial) ในอนาคต ส่วนเรื่องของโครงการในแนวราบก็มองๆ อยู่  ทำเลก็จะเป็นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างประเทศด้วย โดยทำเลที่มองไว้คือกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่าเพื่อพัฒนาโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส ส่วนทำเลต่างจังหวัดที่เรามองในตอนนี้ก็มีอย่างภูเก็ต เป็นต้น”

สำหรับแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในมุมมองของผู้บริหารหนุ่มเชื้อสายจีนสัญชาติพม่าผู้นี้มองว่า “แนวโน้มของธุรกิจในระยะกลางหรือระยะยาวจะเติบโตตามเศรษฐกิจไปเรื่อยๆ เพราะเมืองไทยเองยังมีการขยายของเมืองอย่างต่อเนื่อง ด้วยนโยบายของภาครัฐที่มีการปรับปรุงและขยายระบบสาธารณูปโภคอยู่อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ภาคธุรกิจอสังหาฯ เติบโตต่อไปเรื่อยๆ”

“ส่วนในเรื่องของฟองสบู่ ผมคิดว่าคงไม่มี แต่การชะลอตัวนั้นเป็นไปได้ตามสภาวะการณ์ของเศรษฐกิจ เนื่องจากว่าในประเทศไทย อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้แพงมากเมื่อเทียบกับประเทศรอบข้าง ในขณะเดียวกันเงินกู้ในระบบของภาคธุรกิจอสังหาฯ  มีเพียงแค่ 11% ของเงินกู้ทั้งระบบ ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีความเสี่ยง เพราะในบางประเทศมีอัตราการกู้สูงถึง 30-40% ทีเดียว”

กับคำถามยอดฮิตในช่วงที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC กำลังจะเริ่มขึ้นในปี 2558 คุณเจมส์ดูค่อนข้างมั่นใจว่าจะส่งผลดีต่อตลาดในเชิงของการแข่งขันกันผลิตสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค

“สำหรับเฟรเกรนท์กรุ๊ปเอง ในอีก 3-5 ปีข้างหน้านี้ เราจะเน้นพัฒนาในเชิงของสินค้า R&D (การวิจัยและพัฒนา) ให้มากขึ้น ส่วนในเรื่องของแบรนด์ เราจะทำให้คนรู้จักและจดจำ “เฟรเกรนท์” ในฐานะแบรนด์ที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น”

Credit: DDproperty.com

แบ่งปัน :
  • Print
  • Facebook

Comments Closed