ตลาดคอนโดอ่อนนุชยังไม่โอเว่อร์

เค.ดี.แอสเซท ชี้ตลาดคอนโดมิเนียมย่านอ่อนนุชไม่โอเวอร์ ซัพพลาย  ถูกดูดซับไปแล้วในช่วง 2 ปี  จาก 4,300 ยูนิต เหลือ 900 ยูนิตที่อยู่ระหว่างทำการขาย

นายเทอดศักดิ์ บุญทศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.ดี. แอสเซท แอนด์ ดีเวลล็อปเมนท์  กลุ่มทุนจากจ.มุกดาหาร ที่เบนเข็มมาพัฒนาโครงการอสังหาฯในเขตกรุงเทพฯ ภายใต้แบรนด์ “THE NEXT” เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีจำนวนคอนโดมิเนียมที่ออกมาสู่ตลาด 2,800 ยูนิต  ขณะที่ปีนี้มีจำนวนยูนิตที่ออกมาสู่ตลาดแล้ว 4,300 ยูนิต โดยมีจำนวนยูนิตที่ขายออกสู่ตลาดแล้ว 3,400 ยูนิต  ปัจจุบันเหลือขาย  900 ยูนิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับราคา 1.9 ล้านบาท -6 ล้านบาท ต่อยูนิต  ทำให้การแข่งขันในย่านนี้ถือว่าไม่รุนแรง เหมือนกับที่หลายฝ่ายกังวลว่าคอนโดในบริเวณนี้โอเวอร์ซัพพลาย

อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม THE NEXT PRIVATE POOL VILLA สุขุมวิท 52 ไปเมื่อปลายปี 50  ที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า สามารถปิดการขายได้ภายในระยะเวลา 5-6 เดือน หลังจากนั้นก็ได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่อีกอย่างต่อเนื่องปีละ 1 โครงการ มูลค่าโครงการละประมาณกว่า 500 ล้านบาท จนถึงปัจจุบันพัฒนาแล้ว 2  โครงการ โดยเน้นรูปแบบคอนโดฯโลว์ไรส์ สูง 8 ชั้นเป็นหลัก

ล่าสุดบริษัทฯได้ เปิดโครงการที่ 3 คือ   “THE NEXT สุขุมวิท52”ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE GARDEN MIX” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 503 ตารางวา เป็นคอนโดฯสูง 8 ชั้น ขนาด 28.50-74 ตารางเมตร ราคา 1.98-5.59 ล้านบาท รวม 138 ยูนิต มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท โดยเป็นการกู้สินเชื่อโครงการจากธนาคารนครหลวงไทย    ในสัดส่วน 30%  ของมูลค่าโครงการทั้งหมด ด้านการขายบริหารงาน โดย บริษัท ไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ พาร์ทเนอร์ จำกัด ขณะนี้มียอดพรีเซลแล้ว 55 ยูนิต และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 22-23 ม.ค.นี้

ปัจจุบันราคาขายโครงการของบริษัทฯปรับสูงขึ้นมาถึง 69,500 บาท ต่อตารางเมตร จากครั้งแรกที่ขายในราคา 6.2 หมื่นบาท/ตารางเมตร ถือว่าราคาปรับขึ้นมาพอสมควร คาดว่าในไตรมาส1/54 นี้จะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 60% โดยตั้งเป้าปิดการขายไม่เกิน 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและการเมืองด้วย

“การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อัตราดอกเบี้ย เศรษฐกิจ และการเมือง แต่เราไม่ใช้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร แต่จะแข่งขันกับตัวเอง ในการพัฒนาโครงการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยจะดูที่ช่วงจังหวะเวลาและความเหมาะสมในการพัฒนา” นายเทอดศักดิ์ กล่าว

Post today

สุขุมวิทแชมป์คอนโดแพงพบสูงสุด2แสนต่อตรม.

กรมธนารักษ์เผยราคาประเมินคอนโดมิเนียมริมเส้นทางรถไฟฟ้าราคาพุ่งพรวด 15-25% เหตุคนต้องการจำนวนมาก พบย่านสุขุมวิทราคาพุ่งกว่า 2 แสนบาทต่อตรม. 

นายวินัย  วิทวัสการเวช อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ราคาประเมินอาคารชุด หรือ คอนโดมิเนียม มีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะคอนโดมิืเนียมที่อยู่บริเวณทางรถไฟฟ้าในกรุงเทพปรับเพิ่มขึ้นถึง 15-25% เพราะเป็นที่ต้่องการของผู้อยู่อาศัย เนื่องจากได้ีรับตวามสะดวกสบายและัประหยัดเวลาในการเิดินทาง

ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประเมินราคาที่ดิน อาคาร และคอนโดมีเนียม เพื่อการประกาศใช้ในรอบบัญชีปี 2555-2558 และจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2555 สำหรับคอนโดมิเนียม วิธีการประเมินจะยึดหลักตามมาตรฐานสากล โดยจะเปรียบเทียบกับราคาตลาด รายได้และต้นทุน โดยต้องส่งบัญชีราคาประเมินราคาคอนโดมิเนียมให้กับกรมที่ดินเพื่อใช้ในการจด ทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

นายวินัย กล่าวว่า ผลสำรวจการประเมินราคคอนโดมิเนียมที่จดทะเบียนมีประมาณ 4,600 แห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ 2,000 แห่ง ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว ภูเก็ต ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรปราการ และนนทบุรี อัีก 2,600 แห่ง โดยคอนโดมิเนียมที่มีราคาสูงสุดอยู่ย่านสุขุมวิท ตารางเมตรละกว่า 2 แสนบาท คาดในปี 2554 จะมีอาคารชุดขอจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอีกราว 100 แห่ง ตามการเติบโตของเส้นทางรถไฟฟ้า แหล่งเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

สำหรับราคาประเมินสูงสุดยังคงเป็นกรุงเทพฯ อยู่เขตวัฒนาอาคารชุดเลอรัฟฟิเน่ชมพูทวีป ตารางเมตรละ 224,500 บาท เขตปทุมวันอาคารชุดคิวหลังสวน ตารางเมตรละ 190,900 บาท เขตคลองเตย อาคารชุดมิลเลนเนียม ตารางเมตรละ 133,500 บาท ส่วนจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว และติดชายทะเล อาทิ จังหวัดภูเก็ต ราคาสูงสุดอยู่ที่คอนโดเพิร์ล ออฟ ในทอน ตารางเมตรละ 91,000 บาท และจังหวัดชลบุรี ราคาประเมินสูงสุดอยู่ที่เดอะโคฟ คอนโดมิเนียม ตารางเมตรละ 97,500 บาท

Credit: Posttoday

ฟองสบู่คอนโด

ฟองสบู่คอนโด” จะแตกหรือไม่แตกขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยคือ “โอเวอร์ซัพพลาย” “ปั่นราคาขาย” และ “ซื้อเพื่อเก็งกำไรในตลาดมากเกินไป”

โดย…นคร มุธุศรี นายกก่อตั้งสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

แม้จะไม่เคยเป็นดีเวลอปเปอร์ปลูกบ้านสร้างคอนโดมิเนียมขายสักกะโปรเจกต์ แต่ไปไหนมาไหนช่วงนี้ ผมมักจะถูกถามถึงความ “ฟุบ” หรือ “เฟื่อง” ของตลาดอาคารชุดเป็นประจำ

สองสามวันก่อนรายการ “ตอบโจทย์” ทีวีไทยก็ส่งเทียบเชิญให้ไปร่วมพูดคุยเกี่ยวกับ “ฟองสบู่คอนโด” ว่าจะกลับมาเกิดในบ้านเมืองเราเหมือนอดีตเมื่อหลายปีก่อนอีกหรือไม่

ผมวิสัชนาตรงๆ ตามสไตล์ “ฟองสบู่คอนโด” จะแตกหรือไม่แตกดังโพละในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยต่อไปนี้เช่นกัน ปัจจัยแรก “โอเวอร์ซัพพลาย” ปัจจัยที่สอง “ปั่นราคาขาย” ปัจจัยท้าย “ซื้อเพื่อเก็งกำไรในตลาดมากเกินไป”

ก่อนจะสรุปฟันธงว่าทั้งสามปัจจัยข้างต้นนัดเจอะเจอพร้อมๆกันหรือยัง มาลองสำรวจตรวจตราการจับจองห้องชุดที่ว่ากันว่าขายดิบขายดียังกะแจกฟรีกันสักหน่อยปะไร

โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นเกร่อสองข้างเส้นทางรถไฟฟ้ามหานครและบีทีเอสของธนายง

ข้อมูลของดีเวลอปเปอร์และสื่อสารมวลชนทุกค่ายรู้ตรงกัน ณ ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 มีผู้บริโภคคอนโดมิเนียมอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มผู้ซื้ออยู่อาศัยจริง กลุ่มนักลงทุนตกแต่งปล่อยเช่า และกลุ่มนักเก็งกำไร

กลุ่มที่สอง “นักลงทุน” ซื้อตกแต่งให้ชาวต่างชาติเช่าไม่น่าห่วง เพราะส่วนใหญ่มีฐานะค่อนข้างดี และมักจะควักกระเป๋าจ่ายสดๆ แทบทุกราย

แค่ถอนขนหน้าแข้งเส้นสองเส้นไม่เดือดร้อน อีกทั้งสนับสนุนและส่งเสริมให้ธุรกิจคอนโดมิเนียมเติบโตอย่างฉลุยเสียด้วยซ้ำ

ส่วนกลุ่มแรก “ผู้ซื้อห้องชุดอยู่อาศัยจริง” พิศเผินๆ ก็ไม่น่าจะก่อให้เกิดปัญหาฟองสบู่คอนโดมิเนียมแตกเช่นกัน แต่ถ้าเจาะลึกๆ พบว่า หลายสิบเปอร์เซ็นต์อาจจะก่อให้เกิดปัญหา เพราะยังไม่ค่อยพร้อมซื้อจริงๆ สักเท่าไหร่

หน้าที่การงานยังไม่ค่อยจะมั่นคง รายด้งรายได้ยังไม่แน่นอน เงินองเงินออมก็ไม่มีฝากแบงก์สักกะบาท แถมยังมีภาระผ่อนรถผ่อนราเดือนละหลายพัน

เข้าตำราสาวหนุ่ม “ชิงสุกก่อนห่าม” ยังไงยังงั้น เผลอๆ บางรายตั้งเป้าไปดิ้นรนขวนขวายแก้ปัญหา โดยยึดสุภาษิตไทยๆ

“ไปตายเอาดาบหน้าไง..!!”

หากผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจริงๆ ที่มีลักษณะเช่นที่ว่าอยู่ในตลาดเกินกว่าครึ่งค่อนเมื่อไหร่ ฟองสบู่คอนโดมิเนียมก็ตกอยู่ภาวะหมิ่นเหม่แตกวันแตกพรุ่งเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน

สำหรับกลุ่มสุดท้าย “ซื้อห้องชุดเพื่อเก็งกำไร” พลันที่จ่ายเงินจองปุ๊บเสนอขายต่อหวังค่าส่วนต่างปั๊บทันที

ตามหลักป้องกันทิ้งดาวน์กลางคัน กรณี “เก็งกำไร” ผู้ซื้อจะต้องนำเงินออมมาจ่ายค่าจองและผ่อนเงินดาวน์ตามงวดสัญญา แต่ของจริงส่วนใหญ่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่

เดือนไหนหมุนไม่ทันชักหน้าไม่ถึงหลัง มักจะผัดผ่อนชำระหรือหลบลี้หนีหน้าไม่อยากพบเจอผู้ขาย

อีกหลายต่อหลายรายแม้จะผ่อนค่างวดครบถ้วน แต่ไม่ยอมรับนัดโอนตามวันเวลาที่ดีเวลอปเปอร์กำหนด ก็พบเห็นออกถม
แล้วลองตรึกตรองดูซิ หากผู้ซื้อไม่ผ่อนค่างวดและไม่ยอมโอนเยอะๆ บริษัทผู้ขายก็ขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถพัฒนาโครงการต่อได้ หรือไม่ก็ยากที่จะจ่ายต้นจ่ายดอกเงินกู้ให้แบงก์

ตกอยู่ในสภาวการณ์แบบนี้เมื่อไหร่ ทั้งผู้ประกอบการ ทั้งบริษัทผู้รับเหมา ทั้งร้านค้าขายวัสดุก่อสร้าง และทั้งผู้บริหารธนาคารต้องนอนเอาเท้าก่ายหน้าผากแทนมือเมื่อนั้น

เอ้า..!! แจกแจงให้เห็นจะจะแล้ว ก็พอวิเคราะห์คาดเดาด้วยตัวเองได้ว่า “ฟองสบู่คอนโด” จะแตกช่วงนี้และปีหน้าหรือไม่

ถ้ายังไม่แนใจลองมาพินิจพิจารณาพร้อมๆ กัน

ปัจจัยแรก “โอเวอร์ซัพพลาย” ทุกคนคงยืนยันได้ว่าจำนวนห้องชุดที่เปิดขายอยู่ในตลาด ณ ปัจจุบันมันล้นเกินล้นไปแล้วเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์

ปัจจัยสอง “ราคาซื้อขาย” มีการปั่นตั้งแต่ค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างและกำไรเพิ่มสูงจากเดิมกว่าครึ่งค่อน

ตารางเมตรละ 4-5 หมื่นบาท ยุคนี้ไม่ต้องไปตระเวนเดินหาให้เมื่อยตุ้ม โน่น…ขยับขึ้นไปเฉียดๆ แสนหรือแสนสองหมื่นกว่าๆ นู่น

ปัจจัยท้าย “นักเก็งกำไร” หากเทียบกับตอนฟองสบู่แตกยุคหลัง พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ถูก รสช.ยึดอำนาจ อาจจะมีจำนวนน้อยกว่ากันเยอะแน่นอน แต่นับวันกำลังไต่ไปสู่ระดับเดียวกับตอนนู้น หากไม่มีการป้องกันแก้ไข

ย้ำดังๆ อีกที ทั้งสามปัจจัยนี้ประเดประดังพร้อมๆ กันเมื่อไหร่ ฟองสบู่คอนโดแตกโพละเมื่อนั้น..!!

Credit: Posttoday

AREA แจงอาคารชุดใจกลางเมืองยังไม่ล้นตลาด

เอเจนซี่ ฯผลสำรวจพบว่าในขณะนี้ยังไม่พบการล้นตลาดของโครงการอาคารชุดใจกลางเมือง ทั้งนี้เพราะยังมีผู้เข้าอยู่อาศัยเป็นจำนวนมากถึงสองในสามของหน่วยที่สร้างเสร็จ และมีอัตราผลตอบแทนในการลงทุนที่ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามการอำนวยสินเชื่อยังควรมีวินัยมากกว่าที่เป็นอยู่และควรมีหลักประกันสำหรับผู้บริโภค Continue reading

“กรีนเนอรี่”ขยายอาณาจักรเขาใหญ่ ผุดคอนโดฯ เพิ่มห้องพัก-ห้องสัมมนา

ASTVผู้จัดการรายวัน – กลุ่มกรีนเนอรี่ รีสอร์ทเขาใหญ่ แตกไลน์ธุรกิจคอนโดฯ “โบทานิก้า” 117 ยูนิต มูลค่า 750 ล้านบาท ชูจุดขายให้บริการแบบHotel Serviced Condominium พร้อมจัด 1 อาคารสำหรับนักลงทุนการันตีรายได้ 5% นาน 3 ปี ส่วนปีหน้าทุ่ม 600 ล้านบาท ขยายห้องสัมมนา – ห้องพักโรงแรมเพิ่ม 200-300 ห้อง
        Continue reading

คอนโดตลาดล่างแข่งเดือด หวั่นรายใหญ่ขายยกล็อต

ASTVผู้จัดการรายวัน – จับตาปี54 คอนโดฯล้านต้นๆ แข่งดุ หวั่น อสังหาฯรายใหญ่ดัมป์ราคา แอบขายยกล็อต กระทบผู้ประกอบการรายเล็ก-หน้าใหม่ หลังอุณหภูมิการขยายลงทุนตลาดคอนโดขยายตัวต่อเนื่องและร้อนแรงตั้งแต่ไตรมาส3ปี53 เชื่อส่งผลสต๊อกห้องชุดในโครงการขนาดตกค้างถึงปีหน้า ด้าน”กลุ่มฟายน์โฮม2” ชิงหนี หันบุกตลาดหัวหิน ลดความเสี่ยงการลงทุน
        Continue reading

สีดิงโก้แตกไลน์อสังหาฯเปิดคอนโดฯ”เดอะเพ้นท์”’อควาเรียส’แย้มโปรเจกต์ใหม่ปี 54

       ASTVผู้จัดการรายวัน – สี“ดิงโก้” แตกไลน์ธุรกิจอสังหาฯ เล็งงัดที่ดินแลนด์แบงก์กว่า 30 แปลงออกพัฒนา ประเดิม “เดอะเพ้นท์” คอนโดฯ 156 ยูนิต ย่านงามวงศ์วาน มูลค่า 230 ล้านบาท พร้อมดึงมืออาชีพช่วยงาน หากประสบความสำเร็จเดินหน้าผุดอพาร์ตเมนต์ในทำเลเดียวกัน – บ้านเดี่ยว จ.กาญจนบุรี ด้าน”อควาเรียส” คว้าอีก 3 โครงการ มาบริหารเพิ่ม มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท แย้มปี 54 ผุดคอนโดฯใจกลางสุขุมวิท มูลค่า 1,000 ล้านบาท 
        Continue reading

ธุรกิจเซอร์วิสฯดิ้นสู้รร.- คอนโดฯ

ASTVผู้จัดการรายวัน- ตลาดเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์เริ่มกระเตื้อง หลังผ่านเหตุการณ์รุนแรงช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มชาวญี่ปุ่นเริ่มกลับเข้าไทย ยอมรับ ให้ชาวต่างชาติเข้าไทยรวดเร็วคงต้องใช้เวลา ชี้ทางรอดต้องต่าง หนีคู่แข่งโรงแรม คอนโดฯ ตีตลาด
        Continue reading

LPNโอนคอนโดฯหนุนสภาพคล่องเพิ่ม

ASTVผู้จัดการรายวัน – LPN สภาพคล่องดี ระบุไตรมาส 3 โอนได้ตามเป้า 3 โครงการ หนุนเงินสดสุทธิ สิ้นก.ย.228.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.71 ชี้รายได้รวมกว่า 1,811 ล้านบาท กำไรสุทธิ 293.31 ล้านบาท
        Continue reading

LPNรับลูกธปท.ป้องฟองสบู่ขึ้นเงินดาวน์ลุมพินี พาร์ค ริเวอร์ไซด์-พระราม3วิจัยTMBชี้คอนโดฯราคาสูงเกินพื้นฐาน

ASTVผู้จัดการรายวัน- แอล.พี.เอ็น.สะท้อนดีมานด์ตลาดคอนโดฯยังเติบโต โครงการ ‘ลุมพินี พาร์ค ริเวอร์ไซด์-พระราม 3′ ยอดจองพุ่งไป 70% แม้จะขยับขึ้นเงินดาวน์เพิ่มเป็น 15-20% เล็งปรับราคาขึ้นห้องชุดที่ยังไม่เปิดขาย จับตาปี 54 เพิ่มพอร์ตโครงการแนวราบผ่านบริษัท พรสันติฯ กระจายความเสี่ยง ด้านธุรกิจวิจัยTMB เตือนระวังฟองสบู่อสังหาฯต้นตอเริ่มจากคอนโดฯ ราคาสูงกว่ามูลค่าพื้นฐาน
        Continue reading

“แสนสิริ”ฟุ้งตุลาฯขายทะลุ 6,300 ล้าน

ASTVผู้จัดการรายวัน – แสนสิริเผยยอดขายเดือน ต.ค. ทะลุ 6,300 ล้านบาทสูงสุดเป็นประวัตกาล ไตรมาส 4เร่งเปิดอีก 11 โครงการใหม่ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดฯมูลค่ารวม 18,900 ล้านบาท หวังจับกลุ่มลูกค้าทุกเซกเมนต์
        Continue reading

โมเดอร์นฟอร์มปรับโฉม”ไลฟ์” หวังเจาะตลาดคอนโดฯไซส์เล็ก

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 17 พฤศจิกายน 2553 10:41 น.
 
       ASTVผู้จัดการรายวัน – โมเดอร์นฟอร์ม สบโอกาสคอนโดฯบูม ปรับโฉมเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ไลฟ์ ให้ใช้งานได้หลากหลาย จับตลาดคอนโดฯไซส์เล็ก มั่นใจปี 53 โต 15-20% กวาดยอดขาย 2,800 ล้านบาท เผยขายผ่านโครงการกว่า 80%
       
       นายพัฒนะ อุษณาจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้ตลาดเฟอร์นิเจอร์มีอัตราการเติบโตที่ดี ตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ผลิตสินค้าให้แก่คอนโดมิเนียมแทบไม่ทัน ซึ่งในส่วนของบริษัทขณะนี้มีสินค้ารอส่งมอบให้แก่ลูกค้าหรือแบล็คล็อคอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาท
       
        จากการเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมดังกล่าว ทำให้บริษัทได้ปรับรูปแบบสินค้าแบรนด์ ไลฟ์ (Life ) ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนรุ่นใหม่มากขึ้น หลังจากแบรนด์ดังกล่าวอยู่ในตลาดมานาน 6 ปี โดยปรับให้สามารถใช้งานได้หลากหลายหน้าที่ เช่นคอลเลคชั่น roomy studio โต๊ะทำงานที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเตียงนอนได้ โดยจะเน้นไปที่ลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยมขนาดเล็ก ขนาดห้อง 30 ตารางเมตรลงมา เจาะตลาดคอนโดฯที่มีราคาขาย 8 หมื่นบาทต่อตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งสินค้าแบรนด์ไลฟ์ จะสร้างยอดขายให้กับบริษัทฯปีละ 120-150 ล้านบาท
       
       อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้บริษัทได้ออกสินค้าแบรนด์ bliz ซึ่งเป็นสินค้าไฟท์ติ้งแบรนด์ ที่เจาะกล่มลูกค้าคอนโดฯ แต่จะมีราคาต่ำกว่าสินค้าแบรนด์ไลฟ์ 10-15% เน้นเจาะตลาดคอนโดฯ และอพาร์ทเม้นท์ และขายเข้าโครงการเพียงอย่างเดียว
       
       นายพัฒนะกล่าวต่อว่า ตลาดคอนโดฯยังคงเติบโต แต่หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการเพื่อมาควบคุมปัญหาฟองสบู่ในตลาดคอนโดฯ เชื่อว่าจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ในเวลานี้ และมั่นใจยอดขายของบริษัทฯในปีหน้าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% สำหรับตลาดรวมของตลาดเฟอร์นิเจอร์นั้นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะจะมีผู้ประกอบการหลายใหม่เข้ามาเช่น อิเกีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตของตกแต่งบ้านรายใหญ่ของโลก เข้ามาบุกตลาดเมืองไทย
       
        สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้ มั่นใจว่ายอดขายของบริษัทฯจะเติบโตจากปีก่อน 15-20% หรือมียอดขายประมาณ 2,800 ล้านบาท ซึ่งยอดขายดังกล่าวเป็นการขายผ่านโครงการ 80% และขายปลีก 20% ทั้งนี้ยอดขายดังกล่าวมาจากการขายเฟอร์นิเจอร์ สำนักงาน 40% เฟอร์นิเจอร์บ้านและครัว 35% โฮมเดคคอเรทีฟหรืออุปกรณ์ประเภทตกแต่ง และแผ่นหินสังเคราะห์ 20% ส่วนการส่งออกต่างประเทศ 5%